" />" />
เรามารู้จัและทำความเข้าใจในการใช้สารเคมีีของสุพรีเดอร์มซึ่งมีความปลอดภัยสูงและสามารถใช้ควบคู่กับเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าการ ทำการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี คือการพัฒนาการเกษตรทุกๆ ขั้นตอน
โดยอาจจะต้องเริ่มที่ตัวเกษตรกรก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่าเกษตรกรระดับกลาง – ล่าง ยังมีทัศนคติที่เกี่ยวกับความเชื่อเก่าๆ ที่ว่าสินค้าเกษตรจะใช้ของบริษัทฯ ไหนๆ ก็เหมือนกัน เพราะแรกๆ ก็ดี นานๆ ไปทางบริษัทฯ ก็จะลดคุณภาพลงเพื่อทำกำไร และยิ่งช่วงนี้มีกระแสเกษตรอินทรีย์ ยิ่งทำให้เกษตรกรมีความต้องการทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ทดแทนการใช้สาร เคมีกันเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่
หากว่าเกษตรกรได้เลือกแล้วว่าจะไม่ใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี, สารเคมีเพื่อกำจัดแมลง, สารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพืช, สารเคมีเพื่อกำจัดวัชพืช หรือแม้แต่สารเคมีที่ใช้เพื่อบังคับให้ผลผลิตออกนอกฤดูกาล และไม่ใช้สารเคมีทุกชนิดในแปลงปลูกพืชของเขาเอง แสดงว่าเขาจะต้องมีกลุ่มลูกค้าที่รับซื้อผลผลิตในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด ทั่วไป และต้องเป็นลูกค้าที่มีตลาดต่อเนื่องและแน่นอนในระยะยาว
แต่ถ้าหากไม่มีลูกค้าหรือไม่มีกลุ่มผู้บริโภคที่แน่นอนแล้วตัวเกษตรกรเองก็ ทำการเกษตรอินทรีย์แบบตามกระแสโดยยังไม่มีตลาดรองรับที่ชัดเจน ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของเกษตรกรครับ เหมือนกลุ่มเกษรกรกลุ่มหนึ่งแถวตะวันออกที่ผมทราบมาว่า มีฝ่ายส่งเสริมจากบริษัทฯไหนก็ไม่รู้มาให้เกษตรกรปลูกผัก
แล้วแจ้งว่าจะรับซื้อทั้งหมดเพราะมีออร์เดอร์ จากต่างประเทศ แต่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์เกษตรรวมถึงสารอาหารจากเขา แต่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวมาซื้อคืนนิดหน่อยพอเป็นพิธี จำนวนไม่มากพอ แล้วอ้างว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพที่ลูกค้าต้องการ เกษตรกรเลยต้องเอาไปให้หมูกิน ขาดทุนกันเป็นแถว น่าเสียใจแทน
ดังนั้นหากว่า เราจะเข้าพบเกษตรกร เราควรที่จะทราบก่อนว่าเกษตรกรรายนั้นปลูกพืชแบบ เกษตรอินทรีย์ หรือทำการเกษตรแบบใช้สารเคมี คือเราอาจจะต้องแบ่งตลาดออกเป็นกลุ่มๆ เสียก่อน แล้วจึงเลือกสินค้าที่จะนำเสนอแต่ละกลุ่มต่อไป.
ทีนี้ เราลองมาดูวิธีการวิเคราะห์ตลาดแบบง่ายๆ นะครับ หากว่าเราเข้าพบเกษตรกรที่เคยใช้สารเคมีอยู่แล้ว อันนี้ไม่ยากครับแต่เราต้องมีความแม่นยำในตัวสินค้าและแผนธุรกิจครับเปรียบ เทียบไปเลยครับทั้งคุณสมบัติ และประโยชน์ที่จะได้รับ
แต่ถ้าหากว่าเจอลูกค้าที่เป็นทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องการใช้สารเคมีเกษตรทุกชนิด กลุ่มนี้ให้นำเสอนสินค้ากลุ่มอื่นแทนครับยังไม่ต้องนำเสนอสินค้าเกษตร แต่ถ้าหากว่าเห็นเขาใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ แสดงว่าเขาอาจจะเป็นเกษตรอินทรีย์ตามกระแส
ถ้าหากว่าเจอเกษตรกรกลุ่มนี้ ขายของง่ายครับ ไม่ยาก ให้เราค่อยๆอธิบายเรื่องผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร โดยเลือกกลุ่มสินค้าที่ไม่มีแถบสีที่แสดงค่าความเป็นพิษนำเสนอก่อน ยกตัวอย่างเช่น ให้นำเสนอ กรีนเท็กซ์ บูม-ไรซ์ อู้ฮู แคลโบเดอร์ม เพื่อให้เขานำไปลองฉีดพ่น เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิต
แต่เรายังไม่ควรนำเสนอสินค้ากลุ่มสารกำจัดแมลง สารป้องกันกำจัดโรคพืช สารกำจัดวัชพืช โดยให้เราค่อยๆอธิบายเลียบๆเคียงๆให้เกษตรกรทราบว่าสารเคมีทางการเกษตร เหมือนดาบสองคม แต่ให้เกษตรกรเลือกใช้คมที่มีประโยชน์ และสารเคมีทางการเกษตรที่มีพิษร้ายแรงจริงๆ ทางราชการเขาก็ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว เพราะกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ระหว่างคู่ค้าผลผลิตทางการเกษตร เขาก็ไม่ต้องการบริโภคสินค้าเกษตรที่มีสารเคมีที่มีพิษร้ายแรงเช่นกัน
และผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังนำเสนอก็ไม่มีแถบสีแสดงค่าความเป็นพิษ เช่น สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ไว้ที่บริเวณก้นขวด นั่นหมายความว่า เราสามารถนำไปใช้ร่วมกับการทำการเกษตรแบบเกษตรผสมผสานได้ ไม่มีสารพิษที่รุนแรงตกค้างและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
แต่ถ้าหากถึงคราวจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาสารเคมีเกษตร ก็ต้องศึกษาจากฉลากข้างขวดให้เข้าใจเสียก่อน เลือกใช้สารเคมีเกษตรเท่าที่จำเป็น โดยใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เว้นการฉีดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยวตามคำแนะนำ เพียงเท่านี้ก็ไม่มีสารที่อันตรายตกค้างในพืชแล้วสารเคมีเกษตร
ที่มันอันตรายก็เนื่องมาจาก ผู้ใช้ขาดวินัยในการใช้สารเคมีเกษตร เช่น มีความโลภเกาะกินใจ เช่น ราคาพืชกำลังดี ฉีดสารเคมีตอนเช้า -เก็บผลผลิตขายกันตอนเย็น คนกินก็รับสารพิษกันเต็มๆ แล้วก็มาโทษว่าสารเคมีเกษตรว่ามีพิษ อันตราย น่ากลัว ผมว่าคนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมนั่นแหละครับ….น่ากลัวมากกว่าสาร เคมีเกษตร…เสียอีก…
ปล. ด้วยความปรารถนาดี….เฮียโก..
ที่มาวารสารสายใยสุพรีเดอร์ม
Tags: homethai, ปุ๋ย ยา, สารเคมี, เกษตรอินทรีย์, เคมีเกษตร
Categories
Tag Cloud
Blog RSS
Comments RSS
Last 50 Posts
Back
Back
Void « Default
Life
Earth
Wind
Water
Fire
Light 