" />" />

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคพืช
โรคพืช จัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชที่ปลูกพืชที่เป็นโรค หรือได้รับความเสียหาย ย่อมเป็นผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร ในบางครั้งเมื่อพืชเป็นโรคขึ้นแล้วอาจจะไม่มีทางรักษาได้ นอกจากจะทำลายพืชที่เป็นโรคทิ้งไป แต่ในบางครั้งความเสียหายที่เกิดจากการทำลายของโรคจะมีไม่มากแต่ก็ทำให้คุณภาพของผลผลิตไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ถึงแม้ว่าโรคพืชบางชนิดจะสามารถป้องกันหรือกำจัดได้แต่ก็ทำให้ต้องเสียทั้งเงินและเวลา
พืชที่เป็นโรค หมายถึง พืชที่ถูกรบกวน หรือระบบต่าง ๆ ของพืชถูกทำลายจนผิดจากลักษณะปกติของพืช เมื่อพืชถูกรบกวนจนพืชจะแสดงอาการของโรคออกมา โดยสามารถมองเห็นได้จากอาการที่ปรากฏออกมา เช่น อาการเหี่ยว อาการบวมพอง อาการเป็นปุ่มปมของเนื้อเยื่อ อาการแคระแกร็น อาการใบไหม้ อาการใบจุด เป็นต้น แต่การที่พืชมีลักษณะผิดไป จากลักษณะปกตินั้น ต้องมีสาเหตุที่ทำให้เกิด ซึ่งสาเหตุนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
1. สาเหตุที่เกิดจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต โดยมีลักษณะที่ผิดปกติเกิดขึ้นจากการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง หรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช สิ่งเหล่านี้ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น อากาศ แสงแดด ธาตุอาหาร และสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
2. สาเหตุที่เกิดจากสิ่งที่มีชีวิต สามารถแบ่งออกได้ตามเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุซึ่งได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ไฟโตพลาสมา และไส้เดือนฝอย เป็นต้น เชื้อดังกล่าวมีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สามารถจะจำแนกออกได้โดยสังเกตจากอาการภายนอกของพืชเป็นโรคได้ดังนี้
2.1 อาการที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้
- อาการเน่าเละ แผลจะมีลักษณะฉ่ำน้ำ จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการเน่าเละ มีเมือกเยิ้ม และส่งกลิ่นเหม็น
- อาการไหม้ แผลจะเริ่มแห้งกรอบและลุกลามขยายพื้นที่เป็นวงกว้าง
- อาการเหี่ยว ใบและกิ่งอ่อนจะเหี่ยวเฉาลู่ตกลงมาพร้อม ๆ กันทั้งต้น และฟุบตายอย่างรวดเร็ว
- อาการแผลจุด เซลล์ของพืชจะตายโดยขอบแผลจะไม่เรียบ ซึ่งจะถูกจำกัดโดยเส้นใบของพืช โดยส่วนมากมักจะสังเกตเห็นวงสีเหลือง ๆ ล้อมรอบขอบแผล
- อาการบวมเป็นปุ่มปม เชื้อที่เป็นสาเหตุจะสร้างสารพิษ หรือเอนไซม์ กระตุ้นเซลล์ของพืชให้มีการแบ่งเซลล์ และเจริญเติบโตมากกว่าปกติ
- อาการแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม ลักษณะเป็นแผลสะเก็ดฟูแข็ง มีสีเหลือง หรือสีน้ำตาล กลางแผลมีรอยแตก และบุ๋มลงเล็กน้อย พบได้ตามกิ่ง ใบและผล
2.2 อาการที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อราเป็นสาเหตุโรคจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้
- อาการแผลจุด เซลล์ของพืชจะตายโดยส่วนมากแล้วจะมีลักษณะกลมและขอบแผลมักจะเรียบ
- อาการไหม้ เซลล์ของพืชจะตายลุกลามเป็นบริเวณกว้างไม่มีขอบเขตแน่นอน
- อาการเน่า เซลล์ของพืชจะตาย เนื้อเยื่อเน่าเปื่อย
- อาการเน่าแห้ง เซลล์ของพืชจะค่อย ๆ เหี่ยว และแห้งตายไปในที่สุด
- อาการเหี่ยว ใบและกิ่งก้านของพืชเหี่ยวลู่ลงมา และอาการจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วแห้งตายในที่สุด
- อาการราน้ำค้าง ใบมีลักษณะเหลืองซีด เมื่ออากาศชื้นจะพบเส้นใย และสปอร์ของเชื้อราเป็นสีเทา
- อาการราแป้ง จะเป็นผงสีขาวหรือสีเทาคล้ายผงแป้งปกคลุมส่วนของพืชเป็นกลุ่ม ๆ
- อาการแอนแทรคโนส เป็นแผลจุดสีน้ำตาล รูปร่างกลมหรือรี มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื้อเยื่อบริเวณกลางแผลจะยุบตัวลงเล็กน้อย มักพบจุดสีดำเล็ก ๆ เรียงเป็นวงซ้อนกันอยู่ในบริเวณแผล
- อาการราสนิม เป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ สีเหลืองอมส้ม หรือคล้ายกับสีสนิม ขึ้นปกคลุมบนใบพืช จะพบว่ามีส่วนของเชื้อราที่เรียกว่าสปอร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นผงฝุ่นสีเหลือง
- อาการเขม่าดำ ส่วนที่เป็นโรคจะบวมโตกว่าปกติ ภายในจะพบสปอร์สีดำเข้ม
- อาการเน่าคอดิน มักพบกับพืชในระยะต้นกล้าโดยจะเกิดรอยช้ำ ฉ่ำน้ำบริเวณโคนต้นที่อยู่ใกล้กับผิวดินต่อมารอยช้ำจะแผ่ขยายกลายเป็นสีน้ำตาล และคอดกิ่ว ทำให้ลำต้นหักพับลง
- อาการรากบวม รากของพืชจะบวมโตกว่าปกติ
2.3 อาการที่เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสเป็นสาเหตุโรคจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้
- อาการสีเปลี่ยน สีของพืชจะมีลักษณะเปลี่ยนไปจากลักษณะปกติที่เคยเป็น
- อาการใบด่าง พืชจะมีลักษณะด่าง ซึ่งอาจจะด่างเป็นจ้ำ ๆ หรือด่างกระไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะแตกต่างจากอาการด่างที่เกิดจากพันธุกรรมซึ่งมีลักษณะสม่ำเสมอ
- อาการใบม้วน หงิกงอ ใบพืชจะมีลักษณะผิดปกติ มีลักษณะหงิกงอซึ่งจะคล้ายกับอาการที่เกิดจากแมลงมาดูดกิน แต่จะแตกต่างกันตรงที่อาการหงิกงอที่เกิดจากการดูดกินของแมลงนั้นจะหยาบกร้าน แต่อาการหงิกงอ หรือ อาการใบด่างที่เกิดจากเชื้อไวรัสนั้น ผิวใบของพืชยังคงจะเรียบเป็นมันวาว
- อาการต้นเตี้ยแคระแกร็น เนื่องจากพืชมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ทำให้ทุกส่วนของพืชมีขนาดเล็กลง ข้อ และปล้อง สั้นกว่าปกติ
- อาการเส้นโปร่งและใส อาการด่างจุดประ อาการขาดคลอโรฟิลล์ ใบจะมีสีเขียวซีด
- อาการรูปร่างผิดปกติ มีใบเล็กแคบกว่าปกติจนเสียรูปทรง หรือมีติ่งยื่นออกมาจากเนื้อใบ
2.4 อาการที่เกิดจากไฟโตพลาสมา
- อาการเหลืองซีด ส่วนของพืชมีอาการเหลืองซีด
- อาการพุ่มแจ้ ตายอดและตาข้างของพืชแตกออกมาเป็นใบเล็ก ๆ
- อาการเติบโตน้อยกว่าปกติ ทำให้พืชแคระแกร็น หรือชะงักการเจริญเติบโต
2.5 อาการที่เกิดจากไส้เดือนฝอย
- อาการรากปม รากจะบวมเป็นปุ่มปม
- อาการรากเป็นแผล มีแผลขีดตื้นสีน้ำตาลที่ราก
- อาการเมล็ดบวม เมล็ดมักจะบวมโตกว่าปกติ
- อาการรากหยาบ รากมีการแตกแขนงน้อยและสั้น หรือไม่แตกราก
- อาการต้นเตี้ย พืชจะมีลักษณะแคระแกร็น
Tags: homethai, ปุ๋ย ยา, เชื้อรา, โรคพืช
Categories
Tag Cloud
Blog RSS
Comments RSS
Last 50 Posts
Back
Back
Void « Default
Life
Earth
Wind
Water
Fire
Light 
ตอนนี้มีโรคใหม่ ๆ หรือเปล่า
มีโรคพืชมาเรื่อยๆครับ ลองติดตามดูนะ
อยากให้ลงเรื่องการปลูกมะเขือเทศและการกำจัดโรค
เร็วๆนี้ครับ